ลายเซ็น
ประมาณ 11 นาทีฝนตกทั้งคืน ทำให้ลานบ้านเก่าตระกูลเซี่ยกลายเป็นสีเทาหม่นมัว หลินจืออี้ยืนอยู่ในห้องหนังสือ ปลายนิ้วกดลงบนเอกสารหย่าร้าง จนกระดาษย่นตรงมุม ข้างนอกฟ้าร้องครืน ลั่นสะเทือนจนแสงไฟสลัวในห้องกระเพื่อม เธออาศัยแสงนั้นมองเห็นช่องเซ็นชื่อว่างเปล่าที่ท้ายเอกสาร
เธอผลักเอกสารข้ามโต๊ะไปอีกฝั่ง ที่ทับกระดาษโลหะถูกกระแทกจนเกิดเสียงเบา ๆ: "เซ็น"
เซี่ยจิ้นนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์แดง ไม่ขยับ เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีเทาเข้ม ม้วนแขนเสื้อถึงข้อศอก เผยให้เห็นข้อมือขาวซีด สามปีของการแต่งงาน หลินจืออี้คุ้นเคยกับท่าทางนี้ของเขาดี—— หลังตรง คางหุบเล็กน้อย ดั่งมีดที่ซ่อนอยู่ในฝัก สงบนิ่ง ไม่แสดงความรู้สึก
ปากกาหมึกซึมวางอยู่ข้างเอกสาร ตัวปากกาสีเงินดำ เป็นด้ามที่เขาใช้ประจำ
หลินจืออี้รอสามวินาที ห้าวินาที สิบวินาที เขาก็ยังไม่ยื่นมือ
"ยังไงล่ะ?" เธอยิ้มบาง ๆ เสียงเบาราวกับเล็ดลอดจากซอกฟัน "เสียดายหรือไง?"
เซี่ยจิ้นเงยหน้าขึ้นในที่สุด ดวงตาคู่งาม หางตาเรียว สีเข้ม มองคนทั่วไปอย่างเย็นชา ราวกับมีหมอกบาง ๆ กั้นไว้ แต่คืนนี้ไม่รู้ว่าเพราะแสงไฟหรือเปล่า หลินจืออี้กลับเห็นประกายทองเล็ก ๆ ที่ก้นตาของเขา วาบผ่านไป รวดเร็วจนเธอคิดว่าเป็นภาพลวงตา
"ไม่ใช่เสียดาย" เสียงเขาต่ำ แหบเล็กน้อย ราวกับถูกฝนนี้ชะโชก "คือถ้าเซ็นแล้ว เธอจะหนีไม่พ้นอีกต่อไป"
หลินจืออี้นิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วหัวเราะออกมา: "เซี่ยจิ้น เธอลืมหรือเปล่า สามปีนี้ใครเป็นฝ่ายรอ ใครเป็นฝ่ายทน ใครที่โง่งมเหมือนคนบ้าที่คิดว่าสักวันเธอจะหันมามองฉัน"
เธอพูดพลางผลักเอกสารไปข้างหน้าอีก จนเกือบถึงอกเขา: "ตอนนี้ฉันไม่อยากรอแล้ว เซ็นเถอะ หย่า แล้วเราจบกัน"
เซี่ยจิ้นก้มลงมองเอกสาร ข้อความในเอกสารที่เธอพิมพ์เอง ช่องแบ่งทรัพย์สินเขียนชัดเจน: เธอไม่ต้องการทรัพย์สินของตระกูลเซี่ย ไม่ต้องการบ้าน ไม่ต้องการรถ แค่คอนโดเล็ก ๆ ก่อนแต่ง และเงินก้อนพอเริ่มต้นชีวิตใหม่ เธอคิดไว้นานแล้ว อยากจากไปอย่างสะอาด อย่างมีเกียรติ ไม่สร้างปัญหาให้เขา
เพราะการแต่งงานนี้ตั้งแต่แรกก็เป็นฝ่ายเดียวของเธอ
ในที่สุดเซี่ยจิ้นก็เอื้อมหยิบปากกาหมึกซึม ปลายปากกาลอยเหนือช่องเซ็นชื่อ หมึกซึมเป็นจุดดำที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ
หลินจืออี้มองจุดดำนั้น จู่ ๆ รู้สึกเหมือนมีคนบีบหัวใจ สามปีแล้ว เธอใช้ความอบอุ่นและความหวังหมดไปกับชีวิตแต่งงานนี้ แต่เมื่อเขาจะเซ็นจริง ๆ เธอกลับพบว่าตัวเองยังเจ็บ
เธอหันหน้าหนีทันที ไม่อยากให้เขาเห็นสีหน้าของเธอ
ข้างนอกฟ้าผ่าอีกครั้ง คราวนี้ใกล้มาก ราวกับมีอะไรบางอย่างระเบิดบนหลังคา ไฟในห้องหนังสือกระพริบสองสามครั้ง แล้วดับวูบ
ความมืดกลืนกินทั้งห้อง
หลินจืออี้ถอยหลังโดยสัญชาตญาณ หลังแตะขอบหน้าต่างเย็นเฉียบ
"อย่าขยับ" เสียงเซี่ยจิ้นดังขึ้นในความมืด ใกล้จนน่าตกใจ
เธอยังไม่ทันตั้งตัว มือหนึ่งก็คว้าท้ายทอยเธอ ฝ่ามือเขาร้อนมาก ร้อนจนเธออยากสะบัด แต่มือนั่นกลับแข็งราวกับคีมเหล็ก
"เซี่ยจิ้น เธอ—"
"ฉันเปลี่ยนใจ" ลมหายใจเขาพัดผ่านข้างหูเธอ ร้อนแปลกประหลาด "ฉันเซ็นไม่ได้"
หลินจืออี้โกรธจนหัวเราะ: "ไม่ใช่เรื่องของเธอ ต้องหย่า ถ้าเธอไม่เซ็น ฉันจะฟ้อง—"
เธอพูดไม่ทันจบ
เซี่ยจิ้นก้มลงจูบเธอ จูบนั้นหนักหน่วง มีกลิ่นคาวเลือดเล็กน้อย ราวกับสัตว์ร้ายกัดที่คอของเหยื่อ สมองหลินจืออี้ว่างเปล่า สามปีที่ผ่านมาพวกเขาแทบไม่เคยจับมือกัน เธอไม่เคยคิดว่าจูบของเขาจะเป็นแบบนี้—— ร้อนแรง หยาบคาย เกือบสิ้นหวัง
เธอผลักเขาอย่างแรง นิ้วมือแตะอกเขา แต่กลับสัมผัสได้ถึงความเปียกชื้น เป็นน้ำฝนหรือเปล่า? ไม่ใช่ น้ำนั้นข้นกว่า ร้อนกว่า และมีกลิ่นคาวจาง ๆ
"เธอได้รับบาดเจ็บ?" เธออุทาน
เซี่ยจิ้นไม่ตอบ ริมฝีปากแนบข้างหูเธอ เสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน: "จืออี้ คืนนี้เธอไม่ควรมา"
ข้างนอกฟ้าแลบอีกครั้ง
ในแสงวาบสีขาวซีดนั้น หลินจืออี้เห็นใบหน้าของเขาชัด ตาของเซี่ยจิ้นกลายเป็นเส้นแนวตั้ง เส้นแนวตั้งสีทอง เหมือนตาสัตว์เลือดเย็น
เธอยังไม่ทันกรีดร้อง ข้างนอกก็มีเสียงดังสนั่น หน้าต่างบานใหญ่ทั้งบานแตกกระจาย ลมกระโชกพัดฝนเข้าใส่ ผลักเธอให้เอนหลัง
เซี่ยจิ้นคว้าเอวเธอไว้
แล้วเธอก็เห็น
ในท้องฟ้าที่ฝนเทกระหน่ำ มีอะไรบางอย่างขนาดใหญ่บินวนอยู่เหนือบ้านเก่าตระกูลเซี่ย เกล็ดทองเป็นประกายเย็นในแสงฟ้า สองตาแนวตั้งมองลงมาที่เธอ รูม่านตามีสีทองเหมือนกับผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเธอ
นั่นคือมังกร มังกรแท้ ๆ
หลินจืออี้อ้าปาก แต่ไม่มีเสียงใดออกมา
แขนของเซี่ยจิ้นรัดแน่น ดึงเธอเข้าไปในอ้อมกอด อุณหภูมิร่างกายเขาร้อนจนน่ากลัว หัวใจเต้นเร็วเหมือนตีกลอง: "อย่ากลัว"
แต่เสียงของเขาไม่เหมือนมนุษย์แล้ว ทุ้ม แหบ มีเสียงสะท้อนจากโบราณ: "คือฉัน"
มังกรทองนอกหน้าต่างส่งเสียงร้องยาว คลื่นเสียงสั่นสะเทือนจนบ้านเก่าสั่นสะเทือน ที่ข้อมือหลินจืออี้เจ็บแปลบ รอยแผลเป็นที่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นปานแต่เด็ก กลับร้อนราวกับไฟเผา จนเธอสั่นทั้งตัว
เธอมองลงไป ในความมืด รอยแผลเป็นนั้นกำลังเรืองแสง สีทองอ่อน เหมือนกับสีทองในตาของเซี่ยจิ้น
"พันธะชีวิต..." เซี่ยจิ้นเอาหน้าผากซบไหล่เธอ เสียงสั่นด้วยความเจ็บปวด "ยังไม่ขาด..."
หลินจืออี้ยังไม่ทันถามว่าพันธะชีวิตอะไร แขนเขาก็อ่อนลง ร่างทั้งตัวถ่วงลงมาทับเธอ
มังกรทองนอกหน้าต่างส่งเสียงร้องโหยหวน เงาใหญ่โอนเอนในสายฝน แล้วสลายเป็นประกายทองนับไม่ถ้วน หายไปในฟ้ายามค่ำคืน
เซี่ยจิ้นสลบไป
หลินจืออี้อุ้มเขาลงนั่งกับพื้น มือเปื้อนของเหลวอุ่น เธอมองดูฝ่ามือตัวเอง——เป็นสีทอง
เลือดของเธอกลายเป็นสีทอง