หกนาฬิกาสามนาที
ประมาณ 20 นาทีนาฬิกาปลุกยังไม่ดัง
เจียงตู้ถูกหัวใจตัวเองปลุกให้ตื่น หน้าอกรู้สึกเหมือนมีผ้าเปียกทับอยู่ ทุกครั้งที่หายใจเข้าไปก็มีความชื้น ติดอยู่ในลำคอเหมือนมีคำพูดครึ่งๆ กลางๆ—เขาอ้าปากแต่ไม่มีเสียงออกมา
จากช่องม่านมีแสงสีเทาจางๆ ส่องเข้ามา ตกลงบนเพดาน เหมือนรอยขีดที่เช็ดไม่ออก หกนาฬิกาสามนาที เขาไม่ต้องดูนาฬิกาก็รู้ เพราะตื่นเวลาเดียวกันนี้มาเจ็ดปี ร่างกายแม่นยำกว่านาฬิกา
เขาหุบปากแล้วเริ่มนับ
หนึ่ง สอง สาม
นี่คือกฎ ทุกวันที่ตื่น ขั้นแรกให้หุบปากนับสามสิบวินาที ให้แน่ใจว่าตัวเองตื่นดีแล้ว คิดให้ชัดว่าจะพูดอะไร แล้วค่อยอ้าปาก ตอนอายุยี่สิบสี่ปีเขาถึงได้รู้ว่าน้ำหนักของกฎนี้—เช้าวันนั้นเขาพูดลอยๆ ว่า "วันนี้จะลูกเห็บตก" ตอนบ่ายกระจกของหน่วยงานก็แตกเป็นเสี่ยงๆ ยามเฒ่าเหลียงยืนจ้องเศษกระจก มือยังถือไม้กวาดครึ่งอัน ต่อมาเขาลองไม่พูดเลย ไม่ยอมอ้าปากทั้งวัน แต่พอเช้าวันรุ่งขึ้นก็ต้องพูดอีก—ถ้าไม่พูด คอจะแน่น เหมือนมีอะไรอุดตันอยู่ ต้องคายออกมาถึงจะสบาย สิ่งที่เขาเรียนรู้ไม่ใช่การหุบปาก แต่เป็นการเลือกพูด เลือกคำที่ไร้ประโยชน์ที่สุด ไม่เป็นอันตรายที่สุด พูดแล้วเหมือนไม่ได้พูด ตั้งแต่นั้นมา เขาก็ไม่เคยอ้าปากตอนไม่รู้สึกตัวอีกเลย
สิบห้า สิบหก สิบเจ็ด
ฝันยังติดอยู่ที่ใต้เปลือกตา เปียก เย็น
ในฝันเขาอยู่บนเตียงของตัวเอง นอนขยับไม่ได้ ไม่ใช่แบบผีอำแบบขยับไม่ได้—แต่เป็นรู้ว่าไม่ควรขยับ ปลายเตียงมีคนยืนอยู่ ผู้หญิงคนหนึ่ง เธอหันหลังให้เขา ผมยาวถึงเอว เปียกชื้น เป็นเส้นๆ ติดกัน น้ำหยดจากปลายผม หยดลงบนพื้น เสียงเบาแต่เหมือนตีบนกลอง ตีบนขมับของเขา เธอใส่ชุดเดรสสีฟ้าอ่อน คอปกปักดอกไม้เล็กๆ ดอกไม้เลอะน้ำ สีกระจายเป็นก้อน ดูไม่ออกว่าสีเดิมคืออะไร ชายกระโปรงยาวถึงน่อง มุมซ้ายล่างขาดเป็นรอย ขอบผ้าหยาบ เหมือนถูกอะไรแหลมๆ ข่วน
ในห้องมืดมาก แต่ตัวเธอมีแสงสลัวๆ สีเทา เหมือนแสงจันทร์ที่ถูกเมฆบัง เธอไม่ได้มองเขา เธอมองออกไปนอกหน้าต่าง ไหล่เธอแคบ ชุดเดรสหลวมเหมือนข้างในไม่มีคน
แต่เธอหายใจ เขาเห็นหลังของเธอขยับขึ้นลง
ริมฝีปากของเธอขยับ
ในฝันเขาพยายามมองให้ชัดว่าเธอพูดอะไร แต่เขาอยู่ไกลเกินไป สายตาโฟกัสไม่ติด เห็นแค่ริมฝีปากเปิดปิด เปิดปิด เหมือนกำลังพูดชื่อ หรือพูดประโยคหนึ่ง เมื่อพยางค์สุดท้ายลง เขาก็ได้ยิน—ไม่ใช่ได้ยินจากหู แต่ได้ยินจากลำคอ เหมือนมีคนพูดแนบเส้นเสียงของเขา
ยี่สิบแปด ยี่สิบเก้า สามสิบ
เจียงตู้ลืมตา
ปลายเตียงไม่มีคน พื้นแห้ง เขาถอนหายใจ เหงื่อที่หลังทำให้เสื้อยืดติดผิวหนัง เย็นเฉียบ แอร์หยุดทำงานไม่รู้เมื่อไหร่ ห้องอับ อากาศข้นเหมือนบีบน้ำได้
เขาลุกขึ้นนั่ง เอื้อมมือไปหยิบสมุดเล่มเล็กบนโต๊ะหัวเตียง สมุดขนาด A5 ปกขาวซีด หน้าแรกเขียนว่า "ปี 2026" เขาเปิดไปที่วันนี้—17 มิถุนายน—ช่องว่างที่ยังไม่เขียน ทุกวันเขาต้องเขียนสองบรรทัดที่นี่: บรรทัดแรกคือคำแรกที่พูดในวันนั้น บรรทัดที่สองคือสภาพอากาศวันนี้
เจ็ดปีแล้ว สมุดนี้เปลี่ยนไปสี่ห้าเล่ม เล่มแรกๆ เป็นสมุดธรรมดาที่ซื้อจากร้านสะดวกซื้อ ปกพลาสติก ต่อมาเปลี่ยนเป็นสมุดปกแข็ง แล้วมาเป็นสมุดปกเรียบแบบนี้ ในลิ้นชักเขามีกล่องเหล็ก เก็บสมุดที่ใช้แล้ว เรียงตามปี ไม่เคยให้ใครดู
เขาถือปากกา รอ
รอให้คำที่เขาคิดไว้ ปลอดภัย ไม่ทำให้เกิดเรื่อง ลอยขึ้นมา ทุกวันเขาคิดล่วงหน้าไว้แล้ว—"วันนี้มีเมฆมาก" "วันนี้มีลมเบา"—คำพวกนี้ถึงเป็นจริงก็ไม่เสียหาย เขาไม่เคยพูดถึงสภาพอากาศไม่ดี และไม่เคยพูดถึงที่ดีเกินไป เขาพูดแต่เรื่องธรรมดาที่สุด ที่คนจำไม่ได้ ที่เหมือนคำไร้สาระ คำไร้สาระปลอดภัยที่สุด
คืนก่อนนอนเขาท่องในใจสามรอบว่า "เมฆมาก" เขาจำได้ชัดเจน ท่องเสร็จแล้วถึงหลับตา
แต่ครั้งนี้ ปลายปากกาลอยอยู่เหนือกระดาษ สิ่งที่ลอยขึ้นมาในหัวไม่ใช่ "เมฆมาก" ไม่ใช่ "ลมเบา"
เป็นประโยคที่เขาไม่เคยคิด
"วันนี้จะตกเลือด"
เมื่อคำนี้ออกจากปากเขา ตัวเขาเองก็ชะงัก เสียงไม่ดัง เหมือนมาจากที่ไกลๆ หรือเหมือนมีคนพูดแทนเขาติดลำคอ เขายกมือปิดปากโดยสัญชาตญาณ แต่คำนั้นตกลงไปในอากาศของหกนาฬิกาสามนาทีแล้ว เรียกคืนไม่ได้
ปากกาหลุดจากมือ กระแทกขอบเตียง กระดอนลงพื้น
เขาจ้องช่องว่างในสมุด นิ้วเริ่มสั่น เจ็ดปี เจ็ดปีที่เขานับสามสิบวินาทีทุกวัน เลือกคำทุกวัน ปิดปากเหมือนคนดูแลถังดินปืน—เขาไม่เคยพลาด ไม่เคย แม้เหนื่อยที่สุด แม้ไข้ขึ้นถึงสามสิบเก้าองศา เขาก็ยังทนนับครบสามสิบก่อนพูด
แต่คำเมื่อกี้ ไม่ใช่ความคิดของเขา
เขาคิดจะพูด "เมฆมาก" ชัดเจน เขาท่องสามรอบเมื่อคืน เขาจำได้ รอบแรกตอนแปรงฟัน ฟองยาสีฟันไหลลงมุมปาก รอบสองตอนปิดไฟ นอนลง ดึงผ้าห่มขึ้นถึงคาง รอบสามตอนหลับตา ท่องสองคำนั้นในใจเสร็จถึงรู้ว่าพร้อมนอน เขาจำได้แม่นยำ
แต่ตอนนี้ "เมฆมาก" หายไป ถูกแทนที่ด้วย "วันนี้จะตกเลือด"—ห้าคำ ทีละคำกระเด็นออกจากปากเขา เขาไม่ทันห้าม
เขาพยายามนึกว่าพูดคำนี้ออกมาได้ยังไง คิดก่อนแล้วค่อยพูด? ไม่ใช่ พูดเสร็จแล้วถึงได้ยิน เหมือนมีคนยืมปากของเขา ใช้ลมของเขา ดันเส้นเสียงของเขา ผลักห้าคำนั้นออกมา เขาแค่เป็นทางออก
ความคิดนี้ทำให้แผ่นหลังเย็นวาบ
มีเสียงจากนอกหน้าต่าง
เบามาก เหมือนมีคนใช้ปลายนิ้วเคาะกระจก เจียงตู้เงยหน้ามองเห็นแสงสีเทาจากช่องม่านเปลี่ยนสี ไม่ใช่สีเทา แต่เป็นสีแดงเข้ม เหมือนน้ำเลือดเจือจาง
เขาลุกขึ้น ขาอ่อน เดินไปที่หน้าต่าง นิ้วจับม่านชะงักนิดนึงแล้วค่อยดึงออก
ฝนสีแดง
ไม่ใช่แดงแบบที่พระอาทิตย์ย้อม แต่เป็นแดงจริงๆ ที่ตกลงมาจากเมฆ เม็ดฝนกระทบกระจก ไหลลงมาเป็นรอยสีแดงเข้มเหมือนแผลเลือดซึม หลังคาตึกตรงข้ามมีแอ่งน้ำบางๆ แอ่งนั้นเป็นสีแดง ใบไม้ต้นไทรข้างล่างมีหยดน้ำสีแดงแขวนอยู่ ลมพัด ตกลงมา กระทบพื้น เปรี้ยง กระจายเป็นดอกไม้สีแดงเล็กๆ
มือเจียงตู้กำม่านแน่น
ทั้งชีวิตเขาพูดคำว่า "ฝนตก" หลายครั้ง เขารู้ว่าฝนตกเป็นยังไง—จากอายุยี่สิบสี่ถึงตอนนี้ เขาพูด "ฝน" อย่างน้อยก็หลายร้อยครั้ง ฝนเล็ก ฝนปานกลาง ฝนโปรย ฝนตกติดต่อกัน เขาพูดมาแล้ว เขายังพูด "ฝนตกหนัก" พูด "ฝนเยือกแข็ง" แต่เขาไม่เคยพูด "เลือด"
นี่ไม่ใช่ฝน หรือว่ามันคือฝนที่เขาไม่เคยเห็น
เขาเปิดหน้าต่าง อากาศชื้นเย็นพัดเข้ามา มีกลิ่นสนิม และกลิ่นอื่น—กลิ่นหวานๆ จางๆ เขาไม่กล้าคิดว่ามันคืออะไร ฝนปลิวเข้ามาตกบนหลังมือเขา เขาก้มมอง
สีแดง
ไม่ใช่แค่สีแดง
ในฝนมีอะไรบางอย่างปนอยู่ ละเอียด เบา ร่วงลงมากับสายฝน ตกลงบนขอบหน้าต่าง พันกัน เจียงตู้เข้าไปดูใกล้ๆ คอกระตุกทันที
นั่นคือเส้นผม
เส้นผมสีดำ ละเอียด เปียกชื้น ปนอยู่ในน้ำฝนสีแดง เป็นกระจุกพันอยู่ที่ขอบอลูมิเนียมของหน้าต่าง ลมพัด มันขยับเล็กน้อย เหมือนยังมีชีวิต
เจียงตู้ถอยหลังหนึ่งก้าว ชนขอบเตียง
เขานึกถึงผู้หญิงในฝัน เธอยืนที่ปลายเตียง ผมยาวหยดน้ำ ทีละหยด ริมฝีปากของเธอขยับ
เธอพูดอะไร?
เขาพยายามนึกรูปปากนั้น สองคำ คำแรก... เขาไม่ชัด ในฝันเขาไกลเกินไป คำที่สอง—ริมฝีปากหุบก่อน ค่อยๆ อ้า ปลายลิ้นแตะเพดานปาก
"ถัง"
เขาได้ยินเสียงตัวเองในลำคอ เบามาก แทบไม่ได้ยิน แต่เขามั่นใจว่าในฝัน ผู้หญิงคนนั้นปากหุบตอนสุดท้าย เป็นเสียงท้ายของคำนี้
ถัง
โจวถัง?
เขาไม่รู้ว่าชื่อนี้มาจากไหน ทั้งชีวิตเขาไม่เคยได้ยินชื่อนี้ ไม่รู้จักคนที่ชื่อนี้ แต่มันตกลงในหัวของเขา เหมือนฝนสีแดงตกลงบนขอบหน้าต่าง ไร้เหตุผล ไร้การปฏิเสธ สองคำ ชัดเจน แม้กระทั่งลำดับขีดเขาก็เหมือนเคยเห็น
นอกหน้าต่างฝนสีแดงตกหนักขึ้น จากที่ไกลๆ มีเสียงแตรรถแรก ตามด้วยเสียงเบรก แล้วมีคนตะโกนอะไรบางอย่าง—ฟังไม่ชัด เมืองกำลังตื่นขึ้น และสิ่งแรกที่เห็นเมื่อตื่นคือเลือด
เจียงตู้ค่อยๆ นั่งยองๆ ข้างหน้าต่าง เอามือกุมหัว
เขาไม่กล้ามองนอกหน้าต่างอีก แต่ภาพนั้นประทับใต้เปลือกตาแล้ว—ฝนสีแดง เส้นผมสีดำ และผู้หญิงตัวเปียกที่ยืนปลายเตียง ริมฝีปากของเธอยังขยับ
เขานับในใจ หนึ่ง สอง สาม
แต่ครั้งนี้ เขานับไม่ถึงสามสิบ
นับถึงวินาทีที่เจ็ด เขาก็ได้ยินเสียงนั้นอีก ไม่ใช่ด้วยหู แต่ด้วยลำคอ—มีคนพูดอยู่ในร่างกายเขา ใช้เส้นเสียงของเขา ใช้ลมของเขา พูดประโยคที่เขาไม่เข้าใจ
เขาปิดปากแน่น ข้อนิ้วกดลงกระพุ้งแก้ม เจ็บ
แต่คำนั้นก็รั่วออกมา หนึ่งคำ
"เลือด"
ฝนนอกหน้าต่างดังกว่าขึ้นอีก一分
เจียงตู้เอามือออกจากปาก ก้มมองฝ่ามือ ฝ่ามือแห้ง แต่เขารู้สึกว่ามีอะไรติดอยู่ เปียก สีแดง เขาดม ไม่มีอะไร
เขาลุกขึ้นเดินไปที่อ่างล้างหน้า เปิดก๊อกน้ำ น้ำใส เขาล้างมือนาน ล้างจนนิ้วขาวแล้วปิด
คนในกระจกหน้าซีด ตาดำคล้ำ ริมฝีปากแห้ง เขาจ้องหน้าตัวเองในกระจกนาน เหมือนมองคนแปลกหน้า
เจ็ดปี เขาคิดว่าควบคุมปากตัวเองดีแล้ว คิดว่ากฎสามสิบวินาทีไร้ที่ติ คิดว่าถ้าระวังพอ ประตูนั้นก็จะไม่เปิด
แต่เช้านี้ มีคนจากอีกฝั่ง ยื่นมือเข้ามา
เขาเดินกลับไปที่หน้าต่าง ฝนยังตก สีแดง ทึบ เหมือนมีคนเทเลือดลงมาจากฟ้า ถนนข้างล่างมีน้ำขังบางๆ รถคันหนึ่งขับผ่าน ล้อเหยียบน้ำกระเซ็นเป็นละอองสีแดงเข้ม
เขาคว้าโทรศัพท์บนขอบหน้าต่าง นิ้วสั่นเล็กน้อย เปิดเบราว์เซอร์ ในช่องค้นหาพิมพ์สองคำ
โจวถัง
วงกลมโหลดหมุนสองรอบ มีผลลัพธ์ขึ้นมา เขาไม่กล้าคลิก เขายืนถือโทรศัพท์ ฝนปลิวเข้ามาเปียกหน้าจอ เขาใช้แขนเสื้อเช็ด ครั้งแล้วครั้งเล่า
แล้วเขาก็เห็นหัวข้อผลลัพธ์แรก
มือของเขาหยุด
มันเป็นข่าวเก่าเมื่อเจ็ดปีก่อน หัวข้อสั้น—"หญิงตึกแห่งหนึ่งตกเสียชีวิต ตำรวจสรุปไม่ใช่ฆาตกรรม" รูปประกอบเป็นตึกเก่า ระเบียงชั้นสามมีราวตากผ้าสีซีด
เจียงตู้ไม่ได้คลิกเข้าไป
เขาคว่ำโทรศัพท์บนขอบหน้าต่าง หน้าจอคว่ำลง เหมือนอยากกดข่าวนั้นกลับลงไป เขาถอยหลังสองก้าว นั่งบนขอบเตียง มือวางบนหัวเข่า ก้มหน้า
ฝนยังตก
ฝนสีแดง ผสมเส้นผม เริ่มตั้งแต่หกนาฬิกาสามนาที ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
เขาเงยหน้ามองม่าน ม่านถูกลมพัดพองแล้วยุบ พองแล้วยุบ เหมือนมีอะไรหายใจอยู่ข้างนอก
เขาจำได้ว่าผู้หญิงในฝันมองทางไหนสุดท้าย
นอกหน้าต่าง
เธอมองนอกหน้าต่างตลอด
เจียงตู้ลุกขึ้น เดินไปที่หน้าต่างอีกครั้ง ครั้งนี้เขาไม่ถอย ยื่นมือออกไปนอกหน้าต่าง คว่ำฝ่ามือ ปล่อยให้ฝนสีแดงตกลงบนมือ
เย็น
เย็นเหมือนฝนธรรมดา
แต่ในฝ่ามือของเขา นอกจากฝนแล้ว ยังมีอย่างอื่น ละเอียด นุ่ม พันอยู่ระหว่างนิ้ว เขาเอามือกลับมา ยกขึ้นดู
เส้นผมสีดำเปียกเส้นหนึ่ง พันรอบนิ้วนางของเขา สองรอบ
เขาไม่ขยับ จ้องเส้นผมนั่นนาน จนฝนทำให้แขนเสื้อเปียก แล้วเขาก็ค่อยๆ เลาะเส้นผมออกจากนิ้วทีละเส้น
ผมในฝ่ามือขดเป็นวง เหมือนเครื่องหมายคำถาม
นอกหน้าต่าง ฝนสีแดงเทลงมาอย่างหนัก