สัญญาแต่งงานสีเลือด

คือคุณ

ประมาณ 19 นาที

เมื่อจ้าวหวานตื่นขึ้น สิ่งแรกที่เธอเห็นไม่ใช่ปีศาจร้ายอย่างที่คิด แต่เป็นแสงอ่อนๆ ที่คงที่ผิดปกติ

มันคือตะเกียงน้ำมันทองเหลืองบนหัวเตียง

ไส้ตะเกียงมีก้อนเขม่าขนาดเล็ก เปลวไฟมีสีส้มเกือบนิ่ง กลิ่นของน้ำมันนี้ประหลาดมาก ไม่มีกลิ่นฉุนของน้ำมันก๊าดทั่วไป หรือกลิ่นหอมหนักของกำยานราคาแพงในห้องโถงใหญ่ของตระกูลหยิน แต่เป็นกลิ่นสมุนไพรที่ขม ราวกับถูกขยี้ในป่าลึกหลังหิมะตก

เธอพยุงตัวลุกขึ้นนั่ง

เตียงนุ่มนวลจนน่าตกใจ เป็นสัมผัสของกำมะหยี่และขนเป็ดชั้นดีที่ซ้อนกัน แตกต่างจากเตียงไม้แข็งที่เธอนอนมาสิบเก้าปีในเรือนข้าง ความนุ่มนี้ไม่ได้ให้ความสบายใจแก่เธอ กลับเหมือนปากขนาดใหญ่ที่อ้าออก ทำให้เธอรู้สึกจะถูกกลืนตลอดเวลา

ห้องไม่มีหน้าต่าง

หรือว่าที่ควรจะเป็นหน้าต่าง ถูกม่านกำมะหยี่หนาสีม่วงแดงเข้มปิดมิดชิด ไม่มีแม้แสงจันทร์ส่องเข้ามา ความรู้สึกของพื้นที่ปิดนี้ทำให้อากาศหนืด ราวกับเวลาก็หยุดไหลที่นี่

จ้าวหวานก้มมองมือของตัวเอง

รอยประทับชาดบนหลังมือได้หายไปแล้วจากความเจ็บร้อน มันกลายเป็นรอยสีแดงอ่อน เหมือนแผลเป็นจากบาดแผลเก่า แต่ก็แฝงไว้ซึ่งความมีชีวิตชีวาที่อ่อนๆ

เธอสัมผัสแขนเสื้อโดยสัญชาตญาณ

เข็มกลัดยังอยู่

เลือดที่ซอกเล็บแห้งแล้ว เป็นรอยเล็กๆ สีเข้ม เตือนให้เธอรู้ว่าการต่อสู้ในรถม้าสีดำเมื่อคืนไม่ใช่ความฝัน

“ติ๊ง——”

เมื่อเธอลุกขึ้นนั่ง กระดิ่งทองเหลืองเล็กๆ ที่แขวนอยู่หัวเตียงส่งเสียงใส

เสียงนี้ดังชัดผิดปกติในห้องที่เงียบสนิท เหมือนก้อนหินที่ตกลงในสระน้ำ จ้าวหวานหยุดนิ่งทันที จ้องประตูไม้สีดำหนักนั้นไม่วางตา

ไม่ถึงครึ่งเวลาจุดธูป

“เอี๊ยด——”

ประตูถูกเปิดออก

กระแสลมที่เย็นกว่าในห้องพัดเข้ามาพร้อมกับการเคลื่อนไหวของผู้เปิดประตู

จ้าวหวานดึงมุมผ้าห่มโดยสัญชาตญาณ ร่างกายหดไปข้างหลังจนหลังพิงกรอบเตียงที่เย็นเยียบ เธอเงยหน้าขึ้น สายตาชนเข้ากับดวงตาที่ลึกเกินหยั่งในขณะนั้น

ผู้มาเยือนสูงมาก

เขาสวมชุดคลุมผ้าไหมสีดำ คอเสื้อเปิดเล็กน้อย เผยให้เห็นกระดูกไหปลาร้าที่ซีดกว่างาช้าง แสงเทียนส่องจากด้านหลัง ทำให้เงาของเขาบนพื้นยาวและเรียวมาก เหมือนกรงที่กำลังจะหุบ

นี่คือฉีเย่

เมื่อคืนนอกรถม้า เธอเห็นเพียงดวงตาสีเทาขาว แต่ตอนนี้ ในแสงที่คงที่ เธอได้เห็นเต็มตัวของเขาในที่สุด

ใบหน้าของเขาคมลึกจนดูเคร่งขรึม ดั้งจมูกสูง ริมฝีปากบางเหมือนใบไม้ที่ถูกแช่แข็งในปลายฤดูใบไม้ร่วง ดวงตาสีเทาขาวตอนนี้กลับมาสงบนิ่งที่ถูกกดไว้ แต่ความเย็นที่แผ่ออกมายังทำให้จ้าวหวานรู้สึกว่าทุกครั้งที่หายใจเหมือนถูกมีดบาด

ฉีเย่ไม่ได้เข้าใกล้

เขาหยุดที่ระยะห้าขั้นจากเตียง ตำแหน่งนั้นอยู่ขอบแสง ครึ่งตัวอยู่ในความมืด ครึ่งตัวถูกแสงไฟสีส้มวาดโครงร่างที่เยียบเย็น

เขาไม่พูด แต่เอียงศีรษะเล็กน้อย สายตาสำรวจบนใบหน้าจ้าวหวาน เหมือนกำลังตรวจสอบสินค้าที่มาช้าสามร้อยปี หรือเหมือนกำลังค้นหาร่องรอยที่สูญหายไปนาน

————

ความเงียบในห้องดำเนินไปนาน

มีเพียงเสียง “ปิ๊บป๊อบ” ของตะเกียงน้ำมันเป็นครั้งคราวที่เตือนว่านี่ไม่ใช่ภาพวาดที่หยุดนิ่ง

จ้าวหวานรู้สึกว่าคอของเธอแข็ง

ในสิบเก้าปีที่อยู่ในตระกูลหยิน เธอเรียนรู้ที่จะอยู่รอดภายใต้การกดดัน เรียนรู้ที่จะเก็บตัว แต่ต่อหน้าฉีเย่ การเก็บตัวนี้ดูเหมือนไร้ผล สิ่งที่เขาให้ไม่ใช่การกดดัน แต่เป็น “การไม่สนใจ” —— สายตาที่เขามองเธอ ไม่เหมือนมองคนที่มีชีวิต แต่เหมือนมองผ่านเนื้อหนังของเธอไปยังเงาที่จับต้องไม่ได้

ในที่สุด ฉีเย่ก็ขยับ

เขาเดินไปที่โต๊ะไม้ดอกแพร์กลางห้อง บนนั้นมีกล่องเคลือบสีดำ

เขายื่นมือที่ขาวและเรียวยาว ปลายนิ้วลูบขอบกล่องเบาๆ

“คลิก”

กล่องถูกเปิด

เขาหยิบม้วนกระดาษหนังแกะสีเหลืองออกมา กระดาษกรอบแล้ว ขอบมีรอยกัดของแมลงเล็กๆ นั่นคือรอยกัดที่เวลาไม่สามารถลบได้

ฉีเย่ค่อยๆ คลี่ม้วนกระดาษ

การเคลื่อนไหวของเขาช้าอย่างน่าประหลาด มีพิธีกรรมที่เกือบเจ็บปวด

จ้าวหวานจ้องกระดาษหนังนั้น

เธอจำตราชาดที่ปากม้วนได้

ฉีเย่มองตัวอักษรบนกระดาษนาน จนจ้าวหวานคิดว่าเขาจะกลายเป็นรูปปั้นในเงาไฟ

“เธอไม่ใช่พี่สาวของเธอ”

เขาพูดขึ้น

เสียงต่ำกว่าเมื่อคืน มีเนื้อสัมผัสเหมือนกระดาษทราย ทำให้เกิดอาการสั่นเย็นเล็กน้อยในอากาศ

นิ้วของจ้าวหวานที่จับมุมผ้าห่มกระชากทันที

สิ่งที่ต้องมาต้องมา

“ฉันชื่อหยิน จ้าวหวาน”

เธอพูดชื่อของตัวเอง เสียงแหบเล็กน้อย แต่ใจเย็นมาก นี่คือแผนที่เธอคิดในรถม้าเมื่อคืน เธอไม่ตั้งใจจะขอความเมตตา เพราะเธอรู้ว่าในโลกของแวมไพร์ การขอความเมตตาเป็นสิ่งที่ถูกที่สุดและไร้ประโยชน์ที่สุด

“ฉันเป็นคุณหนูคนที่สองของตระกูลหยิน ในทะเบียนแต่งงาน เขียนชื่อของฉัน”

ฉีเย่หัวเราะสั้นๆ

เสียงหัวเราะนั้นไม่มีความขบขัน มีเพียงความขบขันเย็นชาที่ถูกโชคชะตาล้อเลียนซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“ทะเบียน?”

เขาหันหัว สายตาเหมือนไฟ จับจ้องตาจ้าวหวาน

“สิ่งที่เขียนบนนั้น ไม่มีความหมายอะไรสำหรับฉัน”

เขาถือกระดาษหนัง ค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้เตียงอีกก้าว

เมื่อเขาเข้ามาใกล้ กลิ่นไม้จันทน์เย็น เหมือนเก็บในห้องน้ำแข็งสามพันปี พัดเข้ามา ครอบครองประสาทสัมผัสทั้งหมดของจ้าวหวานทันที

“สามร้อยปีก่อน ฉันเขียนสัญญาเลือดนี้ไว้หน้าหลุมศพของคนนั้น”

เขายกมือ ปลายนิ้วขีดลงบนกระดาษเหลืองอย่างหนัก “ตอนนั้น ปักกิ่งยังไม่ได้ชื่อว่าปักกิ่ง ตอนนั้น บรรพบุรุษของตระกูลหยินยังเป็นแค่บัณฑิตยากจนในเจียงหนาน”

เขาเดินเข้ามาอีกก้าว ร่างโน้มไปข้างหน้า ใบหน้าที่คมเย็นขยายใหญ่ต่อหน้าจ้าวหวาน

“คนที่กำหนดในสัญญา เธอมีรอยของเธอ”

นิ้วเรียวของเขายื่นออกไปอย่างรวดเร็ว คว้าข้อมือของจ้าวหวาน

จ้าวหวานพยายามดึงโดยสัญชาตญาณ แต่แรงของเขาใหญ่เหลือเชื่อ มือซีดนั้นเหมือนคีมเหล็ก ล็อกกระดูกของเธอไว้

ฉีเย่พลิกข้อมือเธอ

ในเงาไฟ รอยนิ้วมือสีแดงอ่อนรูปดอกมันจูซากำลังเปล่งแสงสีแดงอ่อนจนเกือบโปร่งใส

มันเต้น

ตามการเต้นของหัวใจจ้าวหวาน ครั้งแล้วครั้งเล่า

ฉีเย่มองรอยนั้น ดวงตาสีเทาขาวตอนนี้ กลับค่อยๆ มีสีแดงเข้มขึ้นมา

นั่นคือสีของเลือด

————

จ้าวหวานรู้สึกถึงอาการชาที่แปลกประหลาดจากข้อมือ

ไม่ใช่ความเจ็บ แต่เป็นอาการคันเหมือนมีกระแสไฟฟ้าเล็กๆ นับพันแล่นในเส้นเลือด

ฉีเย่จ้องรอยนั้น ลมหายใจดูหนักขึ้นเล็กน้อย

แล้วเขาก็ทำการกระทำที่ทำให้เลือดของจ้าวหวานเยือกแข็ง

เขาก้มหน้า

ริมฝีปากของเขาห่างจากข้อมือเธอไม่ถึงหนึ่งนิ้ว

จ้าวหวานรู้สึกถึงลมหายใจเย็นที่ทำให้สั่นจากริมฝีปากของเขา

“หยิน จ้าว หวาน”

เขาพูดชื่อเธออีกครั้ง

ครั้งนี้ เสียงของเขามีการประชดน้อยลง มีความสับสนลึกที่เกือบเป็นการพูดกับตัวเองมากขึ้น

“ชื่อนี้ ใครตั้งให้เธอ?”

“คือ…” คอของจ้าวหวานแห้ง “คือเมื่อสามเดือนก่อน ตอนที่ยายกำลังจะตาย เธอตั้งให้ฉัน”

มือของฉีเย่ที่จับข้อมือเธอกระชับขึ้นทันที

จ้าวหวานอดร้องเบาๆ ไม่ได้

“สามเดือนก่อน?”

ฉีเย่เงยหน้า ดวงตาที่เริ่มแดงจ้องเธอ

“ไม่… ไม่ใช่”

เขายื่นมืออีกข้าง ปลดกระดุมบนสุดของเสื้อเชิ้ต

ใต้กระดูกไหปลาร้าซีด บนผิวที่ไม่เห็นแสงแดดตลอดปี มีลวดลายดอกมันจูซาที่เหมือนกัน

นั่นคือแผลเป็น

แผลเป็นเก่าที่เป็นสีเงินขาว จมลึกเข้าไปในเนื้อ

“สามร้อยปีก่อน ตอนที่ผู้หญิงคนนั้นตายในอ้อมแขนของฉัน”

เสียงของเขากลายเป็นลอยและไกล ราวกำลังพูดผ่านหมอกสามร้อยปี “เธอใช้แรงสุดท้าย กัดปลายนิ้วตัวเอง กดรอยนี้บนกระดูกไหปลาร้าของฉัน บนกระดาษหนังนี้”

เขาปล่อยข้อมือจ้าวหวาน

ร่างของเขาในเงาไฟดูห่อเหี่ยว แต่ก็แผ่ความรู้สึกรุกรานที่รุนแรงและหายใจไม่ออก

“เธอชื่อหวานเหนียง ช่างปักจากเจียงหนาน ผู้หญิงที่ไม่เคยมีร่องรอยในตระกูลหรือประวัติศาสตร์ใดในสามร้อยปี”

เขามองจ้าวหวานอีกครั้ง ดวงตามีความบ้าคลั่งที่เธอไม่สามารถบอกได้ ทั้งเหมือนเกลียดและเหมือนปรารถนาอย่างยิ่ง

“คนตระกูลหยินบอกฉัน ชาตินี้ เธอจะกลับมา”

“แต่ทำไม…”

เขายื่นมือ บีบคางเธออีกครั้ง บังคับให้เธอสบตา

“ทำไม เธอถึงเป็นแค่ ‘ตัวแทน’ ที่เพิ่งมีชื่อเมื่อสามเดือนก่อน?”

————

จ้าวหวานรู้สึกเจ็บที่คาง

แต่ความคิดของเธอกลับชัดเจนผิดปกติในขณะนี้

หวานเหนียง

ผู้หญิงที่ไม่เคยมีร่องรอยในตระกูล

สัญญาเลือดสามร้อยปี

และคำพูดก่อนตายของยายที่ว่า “อย่าให้เขาจำผิด”

“บางที…”

จ้าวหวานสบตาฉีเย่ พูดทีละคำ “ชื่อนั้น ไม่ได้ตั้งให้ ‘ฉัน’”

คิ้วของฉีเย่ขมวดลึก

“แต่ตั้งให้ ‘วิญญาณนั้น’”

จ้าวหวานพูดต่อ เสียงของเธอดังก้องในห้องที่ปิดนี้ มีความรู้สึกของโชคชะตาที่ถึงหัวใจ

“ยายรู้ว่าเธอจะมา เธอรู้ว่าเธอจะหาคนชื่อ ‘จ้าวหวาน’ ดังนั้น ก่อนตาย เธอให้ชื่อนี้กับฉัน”

“เธอไม่ได้ให้สถานะแก่ฉัน เธอกำลังให้ฉัน…”

เธอหยุด มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มประชดตัวเอง แต่ก็ไม่เกรงกลัว

“…เครื่องหมายที่ทำให้เธอจำผิดได้”

อากาศในห้องดูเหมือนถูกดูดออกในพริบตา

ฉีเย่ไม่พูด

สีแดงเข้มในดวงตาของเขากำลังจางหายไปอย่างรวดเร็ว แทนที่ด้วยความว่างเปล่าที่ลึกกว่า เกือบจะเผาทุกอย่างให้เป็นเถ้า

เขาปล่อยมือ

“จำผิด?”

เขาหันหลัง ให้หลังแก่จ้าวหวาน เดินกลับไปที่โต๊ะไม้ดอกแพร์

เขาม้วนกระดาษหนังอีกครั้ง ผูกด้วยริบบิ้นสีดำ การเคลื่อนไหวครั้งนี้สั่นเล็กน้อยที่สังเกตได้ยาก

“สามร้อยปีแล้ว”

เขาพูดเสียงต่ำ กลิ่นไม้จันทน์เย็นเหมือนห้องน้ำแข็งล็อกอยู่รอบตัวเธอ

“ถ้าฉันจำผิด ราคาที่เธอต้องจ่ายคือสิ่งที่เธอไม่สามารถจ่ายได้ชาตินี้”

เขาหยิบกล่องเคลือบ เดินไปที่ประตู ก่อนเปิดประตูวินาทีสุดท้าย เขาหยุด ไม่หันหลัง

“ห้ามออกจากห้องนี้ และห้าม…” เขาหันข้าง เปลวเทียนบนใบหน้าที่คมเหมือนมีดวาดเส้นโค้งที่เย็นชามาก “…ล้างรอยที่หลังมือของเธอ เนื่องจากยายให้มันกับเธอ เธอต้องให้คำอธิบายที่ดังกว่าชื่อแก่ฉัน”

ประตูปิดลง ประตูไม้สีดำหนักปิดจ้าวหวานไว้ในห้องที่ปิดนี้

เธอทรุดพิงหัวเตียงอย่างหมดแรง มองรอยนิ้วมือดอกมันจูซาบนหลังมือ ในความมืด มันยังเต้นเบาๆ สว่างและดับ เหมือนหัวใจของอีกคนที่กำลังเติบโตช้าๆ ในร่างกายของเธอ

และความถี่ของการเต้นของหัวใจนั้น กำลังล่อลวงเธอให้เปิดประตูที่通向สามร้อยปีก่อน ประตูสีเลือด

คอมเมนต์จากนักอ่าน

คือคุณ · สัญญาแต่งงานสีเลือด — GlotTale